InMyKnowledge

 สวัสดีครับทุกท่าน

  เมื่อเราทราบประวัติที่มาของสเก็ตบอร์ด กันแล้ว ทีนี้เราก็มาทำความรู้จักกับการทำงานและส่วนประกอบของเจ้าสเก็ตบอร์ดกันบ้างนะครับว่ามีอะไรกันบ้าง เมื่อพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย!!

skate part

เรามาดูส่วนประกอบต่างๆกันนะคับ

Deck - แผ่นบอร์ดครับ หรือกระดานบอร์ดนั่นเอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของตัวสเก็ตบอร์ดเลยนะคับ ขนาดก็จะต่างกัน ถ้าแผ่นใหญ่ๆหน่อยก็จะสามารถเล่นสเก็ตประเภทVertได้ง่ายหรือเล่นท่ารูดราวเหล็ก(Grind)ได้ง่ายนั่นเอง แต่ถ้าแผ่นเล็กๆหน่อยก็จะFlipได้ง่าย เป็นต้น มีหลายยี่ห้อครับลวดลายก็หลากหลาย หาเลือกได้ตามความชอบ

Truck - ทรัคหรือแกนล้อ คือส่วนประกอบอีกส่วนนึงที่สำคัญ เปรียบเสมือนเพลาล้อรถที่ทำให้เคลื่อนที่ได้นักสเก็ตบอร์ดหลายรายมักปรับแต่งทรัคไว้เพื่อการควบคุมสเก็ตบอร์ดครับ จึงถือว่าเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว

Wheel - ล้อคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สเก็ตบอร์ดใช้งานได้ ล้อก็มีขนาดแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีคุณสมบัติในการเคลื่นที่แล้วก็ยังเป็นตัววัดความเร็วของตัวสเก็ตบอร์ดอีกด้วยนะครับ นอกจากนี้ล้อก็ยังมีหลายแบบเพื่อใช้กับสภาพของถนนหรือพื้นอีกด้วย

Griptape - แผ่นกริ๊ปเทปหรือกระดาษทราย คือส่วนประกอบที่ติดตัวมากับสเก็ตบอร์ดเพื่อยึดเกาะเท้าให้ติดกับแผ่นสเก็ตบอร์ด เวลาเล่นท่าต่างๆก็จะง่ายขึ้นหากท่านสัมผัสกะตัวเทปมันจะมีลักษณะสากๆมือหน่อยนะครับ นั่นแหละครับคือกริ๊ปเทป

 Bearing - ลูกปืน เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ล้อกับทรัคนั้นเข้าด้วยกัน รวมไปถึงช่วยในการหมุนของล้อให้ลื่นขึ้น

Hardware - อุปกรณ์น็อตสกรูทั้งหลายเพื่อยึดติดส่วนประกอบทั้งหมดให้กลายเป็นสเก็ตบอร์ดครับ

Riser - ตัวนี้ถือว่าเป็นส่วนประกอบเสริมครับ ไว้รองกันแผ่นสเก็ตบอร์ดไม่ให้เป็นรอยอีกทั้งกันกระแทกเวลาลงพื้นหนักๆด้วยครับ

 และนี่คือส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดที่กล่าวมาแล้วอย่างคร่าวๆนะครับ ส่วนการซื้อการหาเนี่ยอุปกรณ์เหล่านี้มีตามร้านสเก็ตช้อปทั่วไป หรือหากว่าท่านยังประกอบไม่ค่อยเป็นก็แนะนำให้ซื้อแบบCompleteหรือสำเร็จรูปตามร้านได้เลยครับ ราคาก็มีหลายแบบครับแล้วแต่ท่านจะหากัน ในครั้งหน้าเราจะมาแนะนำทริคและการเล่นขั้นต้นให้ทุกท่านได้ทราบกัน ประมาณว่าสำหรับมือใหม่หัดไถก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนะคับ

______________________________________________

แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรีหน้าครับ 

Skateboardและการกลับมา

posted on 27 Jul 2010 22:44 by makee10507 in InMyKnowledge

สวัสดีทุกท่าน

กลับมาในธีมใหม่พร้อมกับสิ่งใหม่ๆอีกเช่นเคย หลังจากที่หยุดการอัพบล็อกไปชั่วขณะ  ด้วยสาเหตุที่ได้เคยกล่าวไว้ดังเอนทรีที่ผ่านมา ตอนแรกว่าจะตัดใจลาขาดจากบล็อกนี้ สุดท้ายก็ใจอ่อน จนต้องกลับมาอัพเหมือนเดิม ธีมใหม่นี้จะเป็นเรื่องราวที่ผมชอบอีกเรื่องหนึ่งครับ นั่นคือSkateboardนั่นเอง ซึ่งเอนทรีของธีมชุดนี้ส่วนใหญ่มักจะเน้นไปกับกีฬาประเภทนี้ล้วนๆ ใครรักใครชอบกีฬากระดานติดล้อนี่ล่ะก็ เรียนเชิญมาติดตามบล็อกผมกันนะครับ... ส่วนเนื้อหาอื่นๆที่เกี่ยวกะจิปาถะ ชีวิตของผมยังเหมือนเดิม เพียงแต่จะเพิ่มเรื่องของสเก็ตบอร์ดมาให้เหมาะสมกับธีมที่ได้แต่งไว้ ครับ ถ้าอย่างงั้นเรามาเริ่มกันเลยเีกี่ยวกับความเป็นมาของสเก้ตบอร์ดเลยนะครับ!!!

สเก็ตบอร์ด  เป็นอุปกรณ์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงปี1950 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีพัฒนาการมาจากเซิร์ฟบอร์ด หรือกระดานโต้คลื่นนั่นเอง เมื่อนักเล่นเซิร์ฟในแถบแคลิฟอร์เนียนั้นได้ทดสอบอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นบนถนนที่เป็นพื้นเรียบแทนการใช้คลื่นจากทะเลในช่วงที่คลื่นทะเลไม่แรงหรือไม่มีนั่นเอง ด้วยการทำแผ่นกระดานติดล้อขึ้นแล้ววาดลวดลายลีลาคล้ายกับการเล่นเซิร์ฟบอร์ดจึงเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งนั่นก็คือสเก็ตบอร์ดหรือกีฬาสเก็ตบอร์ดนั่นเอง  

 sk8

- นี่เป็นสเก็ตบอร์ดที่มีรูปทรงในช่วงแรกๆนะครับ 

กีฬาสเก็ตบอร์ดนั้นได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี1960การเล่นสเก็ตบอร์ดถูกแบนไม่ให้เล่นในที่สาธารณะหลายๆแห่งจนกลายเป็นกีฬาใต้ดินและในช่วงยุคเดียวกันนั้นเอง สเก็ตบอร์ดก็เริ่มที่จะมีบทบาทที่เป็นจริงเป็นจังมากขึ้นเมื่อมีกำเนิดนิตยสารสเก็ตบอร์ดเล่มแรกขึ้น มีผู้ผลิตสเก็ตบอร์ดและเริ่มที่จะมีการก่อตั้งทีมสเก็ตบอร์ดและเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันสเก็ตบอร์ดขึ้นอีกด้วย

และในช่วงยุค1970กีฬาสเก็ตบอร์ดก็ได้มีการพัฒนาใช้ล้อยูรีเทน ซึ่งมีความปลอดภัยและคล่องตัวกว่า รวมไปถึงเพิ่มขนาดแผ่นบอร์ดให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับการเล่นสเก้ตบอร์ดในประเภทVertหรือประเภทแบบเนินนั่นเอง

zboy

- Tony Alwar ถือว่าเป็นบุคคลยุคแรกๆที่เล่นสเก็ตบอร์ดประเภทVert และเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมที่ชื่อว่าZ boyอีกด้วย

การเล่นสเก็ตบอร์ดก็เริ่มที่จะมีความหลากหลายในประเภทการเล่นมากขึ้น นอกเหนือจากประเภทตามเนินจั๊มพ์หรือVertแล้วก็ยังมีประเภทDownhillหรือลงเขาหรือแบบฟรีสไตล์ก็เริ่มมี รวมไปถึงกีฬาชนิดนี้ได้ผนวกรวมกับวัฒนธรรมอื่นๆเช่นลวดลาย กราฟฟิก หรือแนวเพลงที่เราคุ้นหูรู้จักกันดีอย่างร็อคหรือพังค์ หลังๆก็มีการแตกแขนงไปรวมอยู่กับแนวเพลงฮิพฮอพก็มีครับ แม้กระทั่งการแต่งตัวก็มีผลพลอยได้จากวัฒนธรรมการเล่นสเก็ตบอร์ดก็มีคับ

พอในช่วงของปลายยุค70วงการสเก็ตก็เริ่มตกต่ำเมื่อลานสเก็ตในบางแห่งนั้นมีกิจการที่ไม่ค่อยดีนัก คนหันมาเล่นสเก็ตน้อย จักรยานBMXจึงเกิดความนิยมขึ้นมาแทน แต่ทว่าทางฝั่งของคนเล่นสเก็ตบางกลุ่มเริ่มพัฒนาการสร้าง แรมพ์หรือฮาปไพพ์เพื่อการเล่นสเก็ตบอร์ด

hp

- ฮาฟไพพ์(Half Pipe) เป็นประเภทแรมพ์แบบหนึ่งที่ใช้สำหรับเล่นสเก็ตบอร์ดประเภทVertมีลักษณะเป็นรูปทรงโค้งชันเหมือนกับคลื่นทะเล

ในยุค1980กีฬาสเก็ตบอร์ดเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อมีการสร้างแรมป์ที่ทำมาจากไม้อัดและ การเล่นสเก็ตบอร์ดถูกคิดค้นพลิกแพลงท่าต่างๆมากมาย ท่าต่างๆที่ถูกคิดค้นขึ้นส่วนใหญ่มักจะมาจากการเล่นตามท้องถนน และในช่วงนั้นเองได้มีนักสเก็ตบอร์ดที่สร้างชื่อเสียงมากมาย เช่น โทนี่ ฮอว์ค(Tony Hawk) สตีฟ คาเบลเรลโร่(Steve Caballero)เป็นต้น และสเก้ตบอร์ดมีอิทธิพลมากขึ้นจากการปลุกกระแสด้วยดนตรีพังค์ร็อค

tony

- Tony Hawk โปรสเก็ตบอร์ดที่สร้างชื่อในยุค80และยังเป็นขวัญใจของนักสเก็ตบอร์ดทั่วโลกจนถึงปัจจุบันนี้

cab

- Steve Caballero โปรสเก็ตบอร์ดอีกคนที่มีส่วนสำคัญในยุค80เช่นกัน

ปัจจุบันสเก็ตบอร์ดได้กลายเป็นอุตสาหกรรมต่างๆมากมาย เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การเล่น ธุรกิจสร้างแรมป์ นิตยสาร และอีกมากมาย และในปี1995สเก็ตบอร์ดถูกบรรจุให้เป็นกีฬาในงานแข่งExtreme Gamesหรือที่รู้จักกันดีในนามของ X-Gamesนั่นเองครับ

__________________________________________________________________

และนี่ก็คือประวัติความเป็นมาของสเก็ตบอร์ดครับ ครั้งหน้าผมจะอธิบายเรื่องของส่วนประกอบสเก็ตบอร์ด เพื่อที่จะได้ทราบว่าชิ้นส่วนของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้างและ มีส่วนช่วยในการทำงานอย่างไร ครั้งหน้าผมจะมาอธิบายให้ฟังนะครับ

_____________________________________

แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรีหน้าครับ

 

 


edit @ 28 Jul 2010 08:59:08 by Makee10507 Sk8 Or Die

edit @ 28 Jul 2010 09:06:18 by Makee10507 Sk8 Or Die

edit @ 28 Jul 2010 15:28:26 by Makee10507 Sk8 Or Die

สวัสดีนักอ่านที่เคารพรักทุกท่าน....

เมื่อไม่กี่วันก่อนผมได้บ่นเรื่องคมแฝกให้ฟังในช่วงInMyBlahกันนะคับ ย้อนหลังไปดูกันได้http://makee10507.exteen.com/20090906/entry

ในช่วงInMyKnowledge วันนี้ ก็เกี่ยวกะเรื่องคมแฝกเช่นกันแต่คราวนี้ไม่ใช่เนื้อเรื่องย่อละครหรือประวัตินักแสดงแต่อย่างใด เอนทรีนี้จะเสนอตัวละครหลักที่เป็นหัวใจของเรื่องนั่นคืออาวุธคมแฝกนั่นเองครับ ทุกท่านสงสัยกันว่าคมแฝกเนี่ยมันคืออะไร? เป็นอาวุธแบบไหน? เกิดขึ้นได้ยังไง? กระผมมีคำตอบให้กับผู้อ่านได้ไขข้อสงสัยกันแล้วล่ะครับ....

"ไม้คมแฝก" ว่ากันว่าเป็นอาวุธของนักเลงสมัยเก่า ลักษณะของคมแฝกจะทำจากไม้เนื้อแข็งพวก "ชิงชัน" เหลาให้เป็นเหลี่ยมคม ซึ่งจะคมเหมือนขอบไม้บรรทัดเหล็ก ตีตรงไหนก็แตกตรงนั้นว่างั้น ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แต่แบบนี้ตียาก (ตีคู่ต่อสู้) เพราะต้องจับให้เหมาะเหลี่ยม นอกจากนี้ ยังมีแบบที่เป็นหกเหลี่ยม และแปดเหลี่ยม ซึ่งแบบหลายเหลี่ยมจะตีแตกง่ายกว่า ประมาณว่า โดนตรงไหนก็แตก แต่แผลจะไม่ลึกเท่าแบบขนมเปียกปูน


          สมัยก่อน... ประโยชน์ของ "ไม้คมแฝก" คือ ใช้ดักตีให้อายหรือใช้ตีเชือดไก่ให้ลิงดู พอมีคนแตกสักคนมักจะวงแตก น้อยครั้งจะใช้ตีให้ตายโดยตรง (แต่ก็ทำได้ถ้าจำเป็น) สาเหตุหลักๆ ก็คือ ใช้ตีเพื่อเป็นการสั่งสอนนั่นเอง ส่วนตรงปลายใช้ทิ่มได้มีผลคล้ายสนับ เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็ง จังหวะทิ่มใช้รับจังหวะตีของฝ่ายตรงข้าม ถ้าใช้ชำนาญเพียงแค่ทิ่มไปที่ช่วงท้องแขน จะเจ็บชาหมดแรงคล้ายโดนเจาะยาง เป็นเทคนิคที่ทำให้จบการต่อสู้ได้ไว โดยไม่บาดเจ็บมาก


          การเหลาเหลี่ยมของไม้พวกนี้ จะเน้นการกระทำตีให้แตก ตีพอบาดเจ็บไม่ถึงตาย เอาแพ้ - ชนะที่แผลแตก เพราะต่างก็มีคมแฝกทั้งคู่ ต้องมีชั้นเชิง ลีลา และฝีมือในการใช้ ปัด ตี เสย ทิ่ม สะบัดขวาง ดีด คนที่ใช้ชำนาญสามารถเลือกน้ำหนักและจุดตีได้ เพราะคมแฝกไม่ต้องใช้แรงตีเยอะ อย่างไรก็ตาม คมแฝกสามารถใช้อย่างอื่นมาทำได้ เช่น โลหะ บางที่มีถ่วงปรอทข้างในด้วย แต่อาวุธพวกนี้นักเลงจริงไม่นิยมใช้ เพราะอันตรายถึงตายได้ง่าย


          นักเลงสมัยก่อน น้อยครั้งจะเลือกใช้ปืน เพราะการปะทะกันของนักเลงต่างบ้านมีบ่อยๆ ลูกเขาเมียเขามี ต่างบ้านต่างถิ่นกันก็จริง แต่ไม่ต้องถึงกับมาฆ่ากันตาย ตีพออายเท่านั้น แล้วก็ไม่ยุ่งกัน เพราะถือว่ารู้มือกันแล้ว... ทั้งนี้ ไม้คมแฝก ถือเป็นตำนานหนึ่งของนักเลงรุ่นเก่าที่หาดูได้ยากในสมัยนี้ มีความยาวประมาณ 70 เซนติเมตร (รวมด้ามจับ)

komfak

หน้าตาไม้คมแฝกครับ

komfak2

คมแฝกลงอาคมครับสำหรับคนเล่นของ เหอๆๆๆ

ขอบคุณขอมูลจากเว็บกระปุกดอทคอมด้วยนะครับ ที่ทำให้ผมได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจและทราบเกี่ยวกะข้อมูลเจ้าไม้คมแฝกกันไม่มากก็น้อยนะคับ.....

__________________________________________________________

แล้วพบกันในเอนทรีหน้านะครับ