วิจารณ์เกมส์ DJ Max Portable3 [PSP]

posted on 19 Oct 2010 00:21 by makee10507 in InMyGame
สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน
 
ก็หายกันไปนานนะครับสำหรับบ้านExteen แห่งนี้ ช่วงนี้งานเยอะและสิงสถิตอยู่แต่ในFacebookบ่อยไปหน่อย แต่ก็มาอัพแล้วให้หายคิดถึงกัน...งดเรื่องของสเก็ตบอร์ดกันไว้ก่อน เนื่องจากสิ่งที่เหล่าเกมเมอร์หัวใจเมโลดี้ทั้งหลาย(ผมด้วย)ที่ได้รอคอยมานานแสนนานได้มาถึงซะที!!! กับมิวสิคเกมส์ที่มีข่าวคราวหนาหูไม่แพ้กับเกมส์อื่นๆเลย นั่นก็คือ....
dmp3
DJ MAX Portable3!!!
และในโอกาสนี้ หลังจากที่ผมห่างหายจากการลงบล็อกไปนานก็ถือโอกาสเปิดเอนทรีต้อนรับการกลับมาด้วยการวิจารณ์เกมๆนี้กันดีกว่านะครับ ก่อนอื่นอยากจะบอกกับทุกท่านสักนิดนะคับว่า บทความวิจารณ์เกมส์นี้ เป็นความเห็นส่วนบุคคลของเจ้าของบล็อกเอง ดังนั้นการให้คะแนนหรือออกความเห็นนั้นก็เป็นส่วนบุคคลเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงขอให้ผู้อ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณและสติปัญญาในการวิเคราะห์แยกแยะในขณะอ่านด้วยนะครับ
 
เกมดนตรีสัญชาติเกาหลีที่ได้สร้างความประทับใจให้กับนักเล่นเกมส์อย่างเราๆมาแล้วตั้งแต่ยุคสมัยที่ยังเป็นเกมส์ออนไลน์ หรือตามตู้อาเขต หรือแม้กระทั่งบรรจุลงในเครื่องเล่นเกมส์พกพาอย่างPlaystation Portableหรือเรียกกันติดปากว่าPSPนั่นเอง ก็ได้เปิดตัวกับภาคหลักในภาคที่3กันแล้ว ประวัติและผลงานคร่าวๆของเกมส์นี้ไม่ต้องสาธยายกันเลยสำหรับเกมแนวดนตรีเข้าจังหวะที่มีลักษณะการเล่นที่โดดเด่นในเรื่องของภาพและเสียงรวมไปถึงระบบเกมเพลย์ที่เข้าใจง่าย ใครที่เป็นสาวกของเกมแนวดนตรีประเภทมิกซ์ๆอย่างBeatmaniaหรือPop'n Music ก็อาจจะชอบใจกันบ้างไม่มากก็น้อยแหละครับ ในส่วนของภาค3นี้มีการปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น รวมไปถึงระบบเกมเพลย์ที่บอกได้เลยว่าแทบจะยกเซ็ตใหม่กันทั้งดุ้นเลยทีเดียว แถมความยากไว้ท้าทายผู้เล่นชั้นอ๋องก้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงบทเพลงใหม่ๆรวมกับของเก่าที่เอามามิกซ์กันได้แบบว่าลืมต้นฉบับก็มีให้ได้เล่นกันถึง40เพลงกันเลย!!! ในส่วนของด้านเกมเพลย์นั้นก้มีโหมดการเล่นให้เลือกอย่างคลาสสิก4คลาสสิก6ที่ยังมีอยู่ในภาคนี้ และที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือโหมด3.2,4.2 และ6.2 ซึ่งแน่นอนว่าอนาล็อคของคุณจะเริ่มงานเข้าก็คราวนี้แหละครับ เพราะภาคนี้ได้ให้บทบาทกับปุ่มอนาล็อคมากขึ้นกว่าเดิม จากที่มีให้กดกันหยอมแหยมเป็นครั้งเป็นคราวหรือแทบจะไม่มีเลยเนี่ย ก็ได้ทำหน้าที่เต็มๆก็ในภาคนี้นั่นแหละครับ
gameplay
จากที่เห็นนะครับ ว่าโหมดนี้มีช่องเพิ่มขึ้นมา2ช่อง ซึ่งเรียกกันว่า รีมิกซ์ โซน ซึ่งจะมีให้เล่นในโหมด3.2,4.2และ6.2ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้วนะคับ ซึ่งความยากเนี่ยก็ไม่ต้องสืบค้นกันเลยว่ามันจะยากขนาดไหน ในด้านของโหมดอื่นๆอย่างมิชชั่นหรือสถิติเนี่ยก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมครับ แถมมีมิชชั่นพิเศษซึ่งถ้าเราทำตามเงื่อนไขมาก็จะมีของรางวัลให้ได้เก็บไว้ใช้อีกต่างหากอีกอย่างเมื่อเลเวลเราเพิ่มแล้วก็มีการมอบของรางวัลจากการสุ่มเปิดอีกด้วย ก็ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีนะครับ แต่...ที่น่าเสียดายเป็นที่สุดนั่นคือ...ระบบมัลติเพลเยอร์และระบบลิงค์ดิสค์ ไม่มีในภาคนี้ครับ!!! แถมใครที่อยากจะฟังเพลงในโหมดOSTก็ไม่มีอีกเช่นเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องเซ็งๆและเจ็บใจแทนสำหรับผู้เล่นที่ชอบแข่งกันนะครับ(ผมก็คนนึงแหละ) สิ่งที่พอจะทดแทนกันได้ก็ยังมีนะครับนั่นก็คือมิวสิควีดีโอประกอบเพลงสวยและเคลื่อนไหวได้ดีกว่าภาคก่อนๆเยอะเลยครับ อันนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วล่ะคับว่าทำไมเกมนี้ถึงตัดไอ้โหมดสองโหมดนี้ออกไป ได้ข่าว(ลือ)มาว่าDLCของPSNเนี่ยจะมีอะไรบางอย่างเสริมมาให้กับภาคนี้ อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปนะครับ
สรุปแล้วหลังจากที่ผมได้สัมผัสกับเกมส์นี้แล้วผมบอกตามตรงว่า นับเป็นอีกก้าวของเกมส์ซีรี่ยส์นี้ที่ทำให้ครองใจนักเล่นเกมส์มาโดยตลอด ระบบเกมส์ลื่นไหล เพลงเพราะแทบทุกเพลง เกมเพลย์เนี่ยแปลกใหม่และท้าทายมาก ความยากก็ถือว่ายังดีกว่าภาคBlack Squareหน่อยนึงนะครับ
 
ข้อดี - เพลงใหม่ที่เพราะขึ้น,ระบบเกมเพลย์ที่แปลกใหม่,มิชชั่นที่ท้าทายผู้เล่น,อนาล็อกมีบทบาทมากขึ้น
ข้อเสีย- เลเวลขึ้นยาก,ไม่มีระบบมัลติเพลย์เยอร์-ลิงค์ดิสค์-OST
 
คะแนนที่ได้รับ 9.0/10
โดยรวมแล้วผมว่ามันเจ๋งจริงๆนะ
ปล.ช่วงนี้ชอบเพลงIF เป็นพิเศษได้เกมส์นี้มาเล่นมันตลอด ยกให้เป็นเพลงในดวงใจสำหรับซีรี่ยส์นี้ไปแล้ว ส่วนมิวสิควีดีโอในดวงใจก็เพลง Put Em Upครับ เพราะอะไรอะหรือ?ไปหามาเล่นแ้ล้วคุณจะเข้าใจ ^^
______________________________________________________________________
แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรีหน้านะครับ

 สวัสดีครับทุกท่าน

  เมื่อเราทราบประวัติที่มาของสเก็ตบอร์ด กันแล้ว ทีนี้เราก็มาทำความรู้จักกับการทำงานและส่วนประกอบของเจ้าสเก็ตบอร์ดกันบ้างนะครับว่ามีอะไรกันบ้าง เมื่อพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย!!

skate part

เรามาดูส่วนประกอบต่างๆกันนะคับ

Deck - แผ่นบอร์ดครับ หรือกระดานบอร์ดนั่นเอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของตัวสเก็ตบอร์ดเลยนะคับ ขนาดก็จะต่างกัน ถ้าแผ่นใหญ่ๆหน่อยก็จะสามารถเล่นสเก็ตประเภทVertได้ง่ายหรือเล่นท่ารูดราวเหล็ก(Grind)ได้ง่ายนั่นเอง แต่ถ้าแผ่นเล็กๆหน่อยก็จะFlipได้ง่าย เป็นต้น มีหลายยี่ห้อครับลวดลายก็หลากหลาย หาเลือกได้ตามความชอบ

Truck - ทรัคหรือแกนล้อ คือส่วนประกอบอีกส่วนนึงที่สำคัญ เปรียบเสมือนเพลาล้อรถที่ทำให้เคลื่อนที่ได้นักสเก็ตบอร์ดหลายรายมักปรับแต่งทรัคไว้เพื่อการควบคุมสเก็ตบอร์ดครับ จึงถือว่าเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว

Wheel - ล้อคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สเก็ตบอร์ดใช้งานได้ ล้อก็มีขนาดแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีคุณสมบัติในการเคลื่นที่แล้วก็ยังเป็นตัววัดความเร็วของตัวสเก็ตบอร์ดอีกด้วยนะครับ นอกจากนี้ล้อก็ยังมีหลายแบบเพื่อใช้กับสภาพของถนนหรือพื้นอีกด้วย

Griptape - แผ่นกริ๊ปเทปหรือกระดาษทราย คือส่วนประกอบที่ติดตัวมากับสเก็ตบอร์ดเพื่อยึดเกาะเท้าให้ติดกับแผ่นสเก็ตบอร์ด เวลาเล่นท่าต่างๆก็จะง่ายขึ้นหากท่านสัมผัสกะตัวเทปมันจะมีลักษณะสากๆมือหน่อยนะครับ นั่นแหละครับคือกริ๊ปเทป

 Bearing - ลูกปืน เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ล้อกับทรัคนั้นเข้าด้วยกัน รวมไปถึงช่วยในการหมุนของล้อให้ลื่นขึ้น

Hardware - อุปกรณ์น็อตสกรูทั้งหลายเพื่อยึดติดส่วนประกอบทั้งหมดให้กลายเป็นสเก็ตบอร์ดครับ

Riser - ตัวนี้ถือว่าเป็นส่วนประกอบเสริมครับ ไว้รองกันแผ่นสเก็ตบอร์ดไม่ให้เป็นรอยอีกทั้งกันกระแทกเวลาลงพื้นหนักๆด้วยครับ

 และนี่คือส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดที่กล่าวมาแล้วอย่างคร่าวๆนะครับ ส่วนการซื้อการหาเนี่ยอุปกรณ์เหล่านี้มีตามร้านสเก็ตช้อปทั่วไป หรือหากว่าท่านยังประกอบไม่ค่อยเป็นก็แนะนำให้ซื้อแบบCompleteหรือสำเร็จรูปตามร้านได้เลยครับ ราคาก็มีหลายแบบครับแล้วแต่ท่านจะหากัน ในครั้งหน้าเราจะมาแนะนำทริคและการเล่นขั้นต้นให้ทุกท่านได้ทราบกัน ประมาณว่าสำหรับมือใหม่หัดไถก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนะคับ

______________________________________________

แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรีหน้าครับ 

Skateboardและการกลับมา

posted on 27 Jul 2010 22:44 by makee10507 in InMyKnowledge

สวัสดีทุกท่าน

กลับมาในธีมใหม่พร้อมกับสิ่งใหม่ๆอีกเช่นเคย หลังจากที่หยุดการอัพบล็อกไปชั่วขณะ  ด้วยสาเหตุที่ได้เคยกล่าวไว้ดังเอนทรีที่ผ่านมา ตอนแรกว่าจะตัดใจลาขาดจากบล็อกนี้ สุดท้ายก็ใจอ่อน จนต้องกลับมาอัพเหมือนเดิม ธีมใหม่นี้จะเป็นเรื่องราวที่ผมชอบอีกเรื่องหนึ่งครับ นั่นคือSkateboardนั่นเอง ซึ่งเอนทรีของธีมชุดนี้ส่วนใหญ่มักจะเน้นไปกับกีฬาประเภทนี้ล้วนๆ ใครรักใครชอบกีฬากระดานติดล้อนี่ล่ะก็ เรียนเชิญมาติดตามบล็อกผมกันนะครับ... ส่วนเนื้อหาอื่นๆที่เกี่ยวกะจิปาถะ ชีวิตของผมยังเหมือนเดิม เพียงแต่จะเพิ่มเรื่องของสเก็ตบอร์ดมาให้เหมาะสมกับธีมที่ได้แต่งไว้ ครับ ถ้าอย่างงั้นเรามาเริ่มกันเลยเีกี่ยวกับความเป็นมาของสเก้ตบอร์ดเลยนะครับ!!!

สเก็ตบอร์ด  เป็นอุปกรณ์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงปี1950 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีพัฒนาการมาจากเซิร์ฟบอร์ด หรือกระดานโต้คลื่นนั่นเอง เมื่อนักเล่นเซิร์ฟในแถบแคลิฟอร์เนียนั้นได้ทดสอบอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นบนถนนที่เป็นพื้นเรียบแทนการใช้คลื่นจากทะเลในช่วงที่คลื่นทะเลไม่แรงหรือไม่มีนั่นเอง ด้วยการทำแผ่นกระดานติดล้อขึ้นแล้ววาดลวดลายลีลาคล้ายกับการเล่นเซิร์ฟบอร์ดจึงเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งนั่นก็คือสเก็ตบอร์ดหรือกีฬาสเก็ตบอร์ดนั่นเอง  

 sk8

- นี่เป็นสเก็ตบอร์ดที่มีรูปทรงในช่วงแรกๆนะครับ 

กีฬาสเก็ตบอร์ดนั้นได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี1960การเล่นสเก็ตบอร์ดถูกแบนไม่ให้เล่นในที่สาธารณะหลายๆแห่งจนกลายเป็นกีฬาใต้ดินและในช่วงยุคเดียวกันนั้นเอง สเก็ตบอร์ดก็เริ่มที่จะมีบทบาทที่เป็นจริงเป็นจังมากขึ้นเมื่อมีกำเนิดนิตยสารสเก็ตบอร์ดเล่มแรกขึ้น มีผู้ผลิตสเก็ตบอร์ดและเริ่มที่จะมีการก่อตั้งทีมสเก็ตบอร์ดและเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันสเก็ตบอร์ดขึ้นอีกด้วย

และในช่วงยุค1970กีฬาสเก็ตบอร์ดก็ได้มีการพัฒนาใช้ล้อยูรีเทน ซึ่งมีความปลอดภัยและคล่องตัวกว่า รวมไปถึงเพิ่มขนาดแผ่นบอร์ดให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับการเล่นสเก้ตบอร์ดในประเภทVertหรือประเภทแบบเนินนั่นเอง

zboy

- Tony Alwar ถือว่าเป็นบุคคลยุคแรกๆที่เล่นสเก็ตบอร์ดประเภทVert และเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมที่ชื่อว่าZ boyอีกด้วย

การเล่นสเก็ตบอร์ดก็เริ่มที่จะมีความหลากหลายในประเภทการเล่นมากขึ้น นอกเหนือจากประเภทตามเนินจั๊มพ์หรือVertแล้วก็ยังมีประเภทDownhillหรือลงเขาหรือแบบฟรีสไตล์ก็เริ่มมี รวมไปถึงกีฬาชนิดนี้ได้ผนวกรวมกับวัฒนธรรมอื่นๆเช่นลวดลาย กราฟฟิก หรือแนวเพลงที่เราคุ้นหูรู้จักกันดีอย่างร็อคหรือพังค์ หลังๆก็มีการแตกแขนงไปรวมอยู่กับแนวเพลงฮิพฮอพก็มีครับ แม้กระทั่งการแต่งตัวก็มีผลพลอยได้จากวัฒนธรรมการเล่นสเก็ตบอร์ดก็มีคับ

พอในช่วงของปลายยุค70วงการสเก็ตก็เริ่มตกต่ำเมื่อลานสเก็ตในบางแห่งนั้นมีกิจการที่ไม่ค่อยดีนัก คนหันมาเล่นสเก็ตน้อย จักรยานBMXจึงเกิดความนิยมขึ้นมาแทน แต่ทว่าทางฝั่งของคนเล่นสเก็ตบางกลุ่มเริ่มพัฒนาการสร้าง แรมพ์หรือฮาปไพพ์เพื่อการเล่นสเก็ตบอร์ด

hp

- ฮาฟไพพ์(Half Pipe) เป็นประเภทแรมพ์แบบหนึ่งที่ใช้สำหรับเล่นสเก็ตบอร์ดประเภทVertมีลักษณะเป็นรูปทรงโค้งชันเหมือนกับคลื่นทะเล

ในยุค1980กีฬาสเก็ตบอร์ดเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อมีการสร้างแรมป์ที่ทำมาจากไม้อัดและ การเล่นสเก็ตบอร์ดถูกคิดค้นพลิกแพลงท่าต่างๆมากมาย ท่าต่างๆที่ถูกคิดค้นขึ้นส่วนใหญ่มักจะมาจากการเล่นตามท้องถนน และในช่วงนั้นเองได้มีนักสเก็ตบอร์ดที่สร้างชื่อเสียงมากมาย เช่น โทนี่ ฮอว์ค(Tony Hawk) สตีฟ คาเบลเรลโร่(Steve Caballero)เป็นต้น และสเก้ตบอร์ดมีอิทธิพลมากขึ้นจากการปลุกกระแสด้วยดนตรีพังค์ร็อค

tony

- Tony Hawk โปรสเก็ตบอร์ดที่สร้างชื่อในยุค80และยังเป็นขวัญใจของนักสเก็ตบอร์ดทั่วโลกจนถึงปัจจุบันนี้

cab

- Steve Caballero โปรสเก็ตบอร์ดอีกคนที่มีส่วนสำคัญในยุค80เช่นกัน

ปัจจุบันสเก็ตบอร์ดได้กลายเป็นอุตสาหกรรมต่างๆมากมาย เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การเล่น ธุรกิจสร้างแรมป์ นิตยสาร และอีกมากมาย และในปี1995สเก็ตบอร์ดถูกบรรจุให้เป็นกีฬาในงานแข่งExtreme Gamesหรือที่รู้จักกันดีในนามของ X-Gamesนั่นเองครับ

__________________________________________________________________

และนี่ก็คือประวัติความเป็นมาของสเก็ตบอร์ดครับ ครั้งหน้าผมจะอธิบายเรื่องของส่วนประกอบสเก็ตบอร์ด เพื่อที่จะได้ทราบว่าชิ้นส่วนของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้างและ มีส่วนช่วยในการทำงานอย่างไร ครั้งหน้าผมจะมาอธิบายให้ฟังนะครับ

_____________________________________

แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรีหน้าครับ

 

 


edit @ 28 Jul 2010 08:59:08 by Makee10507 Sk8 Or Die

edit @ 28 Jul 2010 09:06:18 by Makee10507 Sk8 Or Die

edit @ 28 Jul 2010 15:28:26 by Makee10507 Sk8 Or Die